มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (29 ต.ค. – 2 พ.ย. 2561)

📌ตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงอย่างมากในเดือนตุลาคม เนื่องจากปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงประเภท Tail Risks 4 ประการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกเตือนล่วงหน้าไว้แล้ว (อ่านมุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 8-12 ต.ค.) คือ Bond Yield ที่อยู่ระดับสูง ราคาน้ำมันที่ผันผวน วิกฤตงบประมาณของอิตาลี และสงครามทางการค้า โดยที่ปัญหาความเสี่ยงต่างๆเหล่านี้มี

Read more

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (8-12 ตุลาคม 2561)

หุ้นในเดือนตุลาคมมี Tail Risks อยู่ 4 ข้อ ที่จะกดดันตลาดหุ้นใน Emerging Market มองตลาดหุ้นใน EM จะผันผวนในทิศทางขาลง 1.ราคาน้ำมันจะอยู่ในโซนสูง และมีโอกาสที่ราคาน้ำมันโดยเฉพาะ Brent มีโอกาสปรับสู่ระดับ US$ 90-100 เหรียญในปี 2019

Read more

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (5-9 มีนาคม 2560)

มุมมองในสัปดาห์ที่แล้วให้ไว้คือ ตลาดหุ้นไทยจะไม่ทะลุ 1850 และตลาดหุ้นไทยจะเป็น Sideway กรอบกว้าง นักลงทุนต่างประเทศเป็นฝ่าย Net Short สุทธิในตลาดอนุพันธ์ จำนวน 43,856 สัญญา บ่งบอกถึงตลาดหุ้นจะพักตัวในระยะสั้น ในขณะที่ฝั่ง Flow ในการซื้อพันธบัตรเบาบาง โดยเป็นการถือพันธบัตรระยะยาว 3,300 ล้านบาท

Read more

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (19-23 กุมภาพันธ์ 2561)

● ยังคงมุมมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นแค่ Correction ใน Bull Market ● มุมมอง คือ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐมาถึงระดับ 3% ซึ่งเป็นระดับที่อาจไม่สามารถยืนได้ในระยะสั้น แต่ Real Bond Yield

Read more

มุมมอง ดร. วิศิษฐ์ (5-9 กุมภาพันธ์ 2561)

มุมมองยังคงเน้น Forward Looking  คือ การเอาปัจจัยมหภาคทุกปัจจัยในอนาคตมาตกผลึกเพื่อกำหนดเป็นการจัด Portfolio ที่ Optimum เราได้เห็นการ Outperform ของหุ้น Healthcare ถือเป็น Late Cycle Rally ของหุ้นที่ Laggard ที่สุดในรอบ 2

Read more

29.09.60 กลยุทธ์การลงทุน และหุ้นเด็ด เดือนตุลาคม

กลยุทธ์การลงทุน SET Index ยังคงอยู่สูงในแง่ของ Valuation และยังมีความเสี่ยงจาก Bond yield และเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อาจทยอยปรับขึ้นในช่วงถัดไป ซึ่งอาจจะกระทบกับภาพของ Fund flow ยังคงแนะนำถือเงินสดในระดับสูงกว่าปกติ แต่หากจะต้องลงทุน มองกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าและยังเป็นกลุ่มที่ Laggard มีความปลอดภัย สามารถถือลงทุนได้ต่อไป ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

Read more

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (18 – 22 กันยายน 2560)

ตลาดหุ้นไทยถือว่าเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดใน Asean เมื่อเริ่มไตรมาสที่ 3  โดยที่ตลาดหุ้นไทยถือเป็น Rate Sensitive Stocks คือ จะให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อ Bond Yield อยู่ที่ระดับต่ำหรือดอกเบี้ยไม่มีแนวโน้มขาขึ้น เพราะฉะนั้น Earning Yield Gap Model จะเป็นตัวอธิบายว่าตลาดหุ้นไทยจะแตะระดับ 1,700-1,750

Read more