STOCK INFOCUS: TU กำไร 2Q61 ถูกกดดันด้วยสำรองค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time

  • TU ประกาศกำไร 2Q61 ที่ 9.6 ล้านบาท ลดลง 99%QoQ และ 99%YoY
  • แรงกดดันหลักมาจากการสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากประเด็นทางกฎหมายในสหรัฐฯ ราว 44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,427 ล้านบาท
  • ผลการดำเนินงานเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่ได้รับผลบวกจากต้นทุนวัตถุดิบที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และการเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้า
  • มอง 3Q61 จะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องของอัตรากำไรขั้นต้น ส่วนประเด็นการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time น่าจะจบแล้ว เหลือเพียงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายราวไตรมาสละ 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ให้ราคาเป้าหมายที่ 18 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้า

 

  • กำไร 2Q61 ถูกกดดันด้วยสำรองค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time

TU ประกาศกำไรสุทธิสำหรับ 2Q61 ที่ 9.6 ล้านบาท ลดลง 99%QoQ และ 99%YoY ซึ่งเป็นผลจากการสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการยอมความกับลูกค้าธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทได้ประเมินไว้ที่ 44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,427 ล้านบาท ด้านผลการดำเนินงานปกติมีแนวโน้มดีขึ้นจากไตรมาสก่อน  โดยรายได้รวมปรับตัวดีขึ้น 15%QoQ เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาล และเป็นผลจากการปรับราคาขาย แต่ลดลง 2%YoY เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านอัตรากำไรขั้นต้นเริ่มเห็นการฟื้นตัวมาอยู่ที่ 13.8% จากไตรมาสก่อนที่ 11.3% หลังต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะราคาทูน่าเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทเจรจาปรับราคาขาย อย่างไรก็ตามยังเห็นแรงกดดันในการดำเนินงานบางธุรกิจ อาทิ Red Lobster และ Pet Food ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ

  • ยังคงประมาณการกำไรปี 61

ก่อนหน้านี้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิลงเหลือ 3,836 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าในครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นทิศทางที่ดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากแรงกดดันจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบเริ่มคลี่คลาย ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าเจรจาปรับราคาขายต่อเนื่อง ด้วยแนวโน้มปัจจุบันเรายังเชื่อว่าจะเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการครึ่งปีหลัง เราจึงยังคงประมาณการปัจจุบันไว้ สำหรับประเด็นการเจรจากับธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐฯ ปัจจุบันได้สรุปข้อตกลงกับ Walmart ได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนลูกค้ารายอื่นยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งหมดราว 2 ปี อย่างไรก็ตามผู้บริหารยืนยันว่าการตั้งสำรองค่าใช้จ่าย 44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้นสมเหตุสมผลแล้ว ทำให้จะไม่มีค่าใช้จ่ายที่เป็น One-time เพิ่มเติมอีก หลังจากนี้แรงกดดันจะมีเพียงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายราว 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อไตรมาส

  • ให้ราคาเป้าหมาย 18 บาท

เราประเมินราคาเป้าหมายสำหรับปี 2561 ที่ 18 บาท อิงวิธี DCF โดยราคาหุ้นได้ฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากที่อ่อนตัวลงไปในช่วงเดือนก่อนหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากราคาทูน่าปัจจุบันที่ลดลงไปเหลือราว 1,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ทำให้ Upside ค่อนข้างจำกัด เราจึงแนะนำเพียง “ถือ” ทั้งนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับไปใช้ราคาเป้าหมายของปี 2562 และหากมีประเด็นสำคัญภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์เราอาจมีการอัพเดตเพิ่มเติมได้

  • ความเสี่ยง: ราคาวัตถุดิบ (ทูน่า กุ้ง และแซลมอน) ที่ผันผวนอาจส่งผลต่อประมาณการกำไร

คำแนะนำ ถือ
ราคาเป้าหมาย 18 บาท
Upside/Downside +3%
Median Consensus 17.30 บาท
ราคาปิด 17.40 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 21.30/14.70 บาท
มูลค่าตลาด 83,029 ล้านบาท