STOCK INFOCUS: TPIPP ผู้นำด้านโรงไฟฟ้า RDF รัฐพร้อมสนับสนุน ทิศทางรายได้ชัดเจน และจะโตก้าวกระโดดในปี 61

เนื่องด้วย

(1) ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิต ณ ปัจจุบันที่ 80 MW และจะเติบโตเป็น 180 MW ใน 4Q60

(2) แรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ที่ตั้งเป้าการผลิตไฟฟ้าจากขยะ 500 MW ภายในปี 79

(3) ทิศทางการเติบโตของรายได้ชัดเจน และจะโตอย่างก้าวกระโดดในปี 61 ภายใต้กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 440 MW ซึ่งคาดจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เต็มปีในปี 61 และ

(4) ลุ้นเข้า Mid Cap แม้ว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันจะคิดเป็น PE ที่ราว 23.76 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่ราว 12.50 เท่า แต่หากพิจารณาจากอัตราการเติบโตของ EPS ที่จะสูงถึง 110% YoY ในปี 61 จะส่งผลให้ Forward PE อยู่ที่เพียง 11 เท่า ประกอบกับ upside อีก 9% แนะนำ Trading Buy ที่ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท 

 

  • ผู้นำด้านโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF ครองกำลังการผลิตอันดับหนึ่งของประเทศ

ปัจจุบัน TPIPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF จำนวน 80 MW ซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่สูงสุดในประเทศไทย และทิ้งห่างจากผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะอันดับ 2 อย่าง PJT Technology ซึ่งมีกำลังการผลิตเพียง 14 MW ถึง 66 MW และ TPIPP ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF 70 MW ซึ่งมีกำหนดจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วง 4Q60 นี้ และจะปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง 30 MW ในปัจจุบันมาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF 30 MW ส่งผลให้ใน 4Q60 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF เพิ่มขึ้นอีก 100 MW มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF รวมทั้งสิ้น 180 MW ซึ่งโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF จำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตให้แก่กฟผ. และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ในอัตรา 3.5 บาท/kWh เป็นระยะเวลา 7 ปีนับจากวันที่เริ่มซื้อขายไฟฟ้า พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • ภาครัฐสนับสนุนการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้าการผลิตไฟฟ้าจากขยะ 500 MW ในปี 79

ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติสูงกว่า 60% ทั้งนี้เพื่อเสริมความมั่นคงทางด้านระบบไฟฟ้าภาครัฐจึงหนุนให้เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น โดยหนุนให้การผลิตไฟฟ้าจากขยะที่ราว 150 MW เป็น 500 MW ภายในปี 79 เพื่อ ”เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน” ลดการพึ่งพิงและช่วยแก้ไขปัญหาขยะ ผ่านนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ ส่งผลให้โรงไฟฟ้าจากขยะได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการจูงใจต่างๆ โดยนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐในปัจจุบัน (2558) นั้นมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ ได้แก่ พลังงานจากขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ เป็นอันดับแรก

  • ทิศทางการเติบโตของรายได้ชัดเจน และจะโตอย่างก้าวกระโดดในปี 61 ถึง 110% YoY

TPIPP อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก 3 โรง กำลังการผลิตรวม 290 MW ได้แก่ (1) โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF 70 MW (อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA)  (2) โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน 150 MW (อยู่ระหว่างยื่นขอ EHIA) และ (3) โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินหรือ RDF 70 MW (ผ่าน EIA แล้ว) ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 3 โรง มีกำหนด COD ในช่วง 4Q60 นี้ และจะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม จาก 150 MW เป็น 440 MW ซึ่งคาดรายได้ และกำไรของบริษัทในปี 61 จะเติบโตสูงถึง 110%

ในขณะที่คาดผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 60 จะเติบโต YoY หลัง boiler  ตัวที่ 9 และ 10 ซึ่งบริษัทได้ติดตั้งเพิ่มในช่วง 3Q59 ที่ผ่านมาสามารถดำเนินการได้เต็มไตรมาสและเข้ามาช่วยทดแทนการผลิตไฟฟ้าในช่วง maintenance ได้อย่างเต็มที่ และบริษัทคาดว่าจะสามารถติดตั้ง  boiler  ตัวที่ 11 และ 12 เพิ่มอีกภายในปี 60 นี้ ซึ่งจะหนุนให้ความสามารถในการผลิตไฟฟ้ามีความมั่นคง และสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

  • เริ่มต้นคำแนะนำ Trading Buy ด้วยราคาเป้าหมาย 7.30 บาท

เนื่องด้วย (1) ศักยภาพด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พร้อมแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ (2) ทิศทางการเติบโตของรายได้ชัดเจน และจะโตอย่างก้าวกระโดดในปี 61 และ (3) ลุ้นเข้า Mid Cap แม้ว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันจะคิดเป็น PE ที่ราว 23.2 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่ราว 12.50 เท่า แต่หากพิจารณาจากอัตราการเติบโตของ EPS ที่จะสูงถึง 110 % YoY ในปี 61 จะส่งผลให้ Forward PE จะอยู่ที่เพียง 11 เท่า ประกอบกับ upside อีก 9% จึงแนะนำ Trading Buy ที่ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท 

คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท
Upside/Downside +9%
Median Consensus 7.89 บาท
ราคาปิด 6.75 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 7.05/6.20 บาท
มูลค่าตลาด 56,700 ล้านบาท