STOCK INFOCUS: MAJOR หุ้นปันผลที่พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

  • MAJOR เป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลที่สูง คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 5% ต่อปี
  • บริษัทมีแนวโน้มเติบโตที่สดใสจากการขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศไทย รวมไปถึงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทยังคงมุ่งมั่นลดต้นทุนในธุรกิจโรงหนัง เพื่อสร้างกำไรให้เติบโตทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
  • เราคาดกำไรปกติของบริษัทจะสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ 934 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตสูงถึง 17% YoY

 

การขยายสาขาอย่างรัดกุม และการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะเป็นหัวใจสำคัญต่อการเติบโตของกำไร

MAJOR ยังคงมีแผนการขยายโรงหนังอีก 35 โรง ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยจะมีสาขา Flagship สำคัญอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ที่ The Icon Siam และ Aeon Mall 2 ประเทศกัมพูชา ซึ่งการขยายโรงหนังต่อจากนี้ไปจะเป็นไปอย่างรัดกุมมากขึ้น มีการคำนึงถึงต้นทุนต่อโรงเป็นหลัก ซึงจะทำให้บริษัทสามารถประหยัดเงินลงทุนและลดค่าเสื่อมต่อปีได้อย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนี้ทีมผู้บริหารของ MAJOR  เชื่อว่าบริษัทยังสามารถทำการลดต้นทุนได้อย่างต่อเนื่อง จากการปรับโครงสร้างในหลายๆ ส่วน เราคาดว่าบริษัทจะสามารถมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วง 4Q18 เป็นต้นไป

 

คาดกำไรในไตรมาส 3 ยังคงทรงตัว ก่อนเติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 4

หลังจากที่บริษัทได้ทำกำไรในไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นช่วง High season เรายอมรับว่าบริษัทจะมีกำไรที่อ่อนตัวลง QoQ ในช่วง 3Q18 เนื่องจากหน้าหนังมีความน่าสนใจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ากำไรในไตรมาสนี้ จะยังคงมีการเติบโตในเชิง YoY เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้กำไรในไตรมาส 4 เติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการขาดทุน โดยมีปัจจัยหนุนมาจากหน้าหนังที่น่าสนใจหลายเรื่องเช่น Fantastic Beast  2, Bumblebee, Aquaman, Venom เป็นต้น

 

แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 30 บาท

MAJOR ถือว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจในเชิง Laggard play เพราะคาดว่าจะมีกำไรเติบโต ในขณะที่ราคายังมีทิศทางอยู่ในแนวโน้มขาลง เราเชื่อว่า ณ จุดนี้เป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้นโดยเราประเมิณราคาเป้าหมายที่ 30 บาท สะท้อนถึง upside ที่สูงถึง 22% รวมไปถึงเงินปันผลที่ 5% ต่อปี เราเชื่อมั่นในแผนธุรกิจของ Major ทั้งในด้านการขยายสาขาที่รัดกุมมากขึ้น รวมไปถึงการตั้งเป้าลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต บริษัทมีแนวโน้มเติบโตของกำไรปกติที่สูงถึง 20.4% ในปีนี้เป็น 874 ล้านบาท เป็นกำไรปกติที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี MAJOR เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80% ของอุตสาหกรรม เรามั่นใจในความเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรม การดำเนินงานของทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า และมีความเข้าใจแนวโน้มของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน จะเป็นปัจจัยสำคัญ

การประเมินมูลค่าหุ้น

เราประเมินราคาเป้าหมายหุ้น MAJOR อยู่ที่ 30 บาท อ้างอิงวิธี DCF (WACC: 8.7%, TG: 1.5%) ที่ 27.82 บาท โดยมีส่วนเพิ่มจากการลงทุนในบริษัทอื่นเช่น SF และ MJD อีก 2.18 บาท (figure 2) โดยราคาเป้าหมายของเราเทียบเท่ากับ P/E ที่ 23 เท่า คิดเป็น +1SD ของค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 3 ปี (figure 1) บริษัทยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และมีการจ่ายเงินเป็นผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

 

ในขณะที่เทียบกับบริษัทเดียวกันในอุตสาหกรรม (figure 3) ราคาหุ้นของ Major อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ทั้งในด้าน P/E, P/BV, EV/EBITDA และยังจ่ายปันผลสูงที่สุดในอุตสาหกรรม หากเทียบกับบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกันในภูมิภาค ราคาหุ้น MAJOR ยังคงดูถูกที่สุด และยังมี ROE สูงที่สุดอีกด้วย

ความเสี่ยง

  • การอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ
  • ความนิยมในการดูหนังออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค
  • หน้าหนังต่างประเทศและในประเทศไม่มีความน่าสนใจ

คำแนะนำ ซื้อ
ราคาเป้าหมาย 30 บาท
Upside/Downside +23%
Median Consensus 31.80 บาท
ราคาปิด 24.40 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 33.50/24.30 บาท
มูลค่าตลาด 21,829 ล้านบาท