STOCK INFOCUS: KBANK กำไร 2Q61 ทรงตัว แม้ค่าธรรมเนียมลด

  • กำไร 2Q61 อยู่ที่ 10,917 ล้านบาท ดีขึ้น 1%QoQ และ 21%YoY ดีกว่าคาด
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเพิ่มขึ้น แม้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง แต่ในไตรมาสนี้มีปัจจัยหนุนจากกำไรจากเงินลงทุน กำไรจาก Fx และเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ Cost-to-income ratio ยังทรงตัว
  • สัดส่วน NPL ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย
  • เรายังให้ราคาเป้าหมายสำหรับปี 2561 ที่ 205 บาท Upside ค่อนข้างจำกัด จึงแนะนำเพียง “ถือ” อย่างไรก็ตามหากมีการปรับไปใช้ราคาเป้าหมายเป็นปี 2562 อาจมีการปรับคำแนะนำอีกครั้งหนึ่ง

 

  • กำไร 2Q61 ทรงตัว แม้ค่าธรรมเนียมลด

KBANK ประกาศกำไรสุทธิสำหรับ 2Q61 ที่ 10,917 ล้านบาท ดีขึ้น 1%QoQ และ 21%YoY ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าราว 18% โดยมีประเด็นสำคัญคือ

  1. รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 3%QoQ และ 4%YoY โดยในไตรมาสนี้มีการชำระคืนสินเชื่อค่อนข้างมาก ทำให้สินเชื่อค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน ขณะที่ NIM ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยราว 2 bps จาก Yield โดยรวมที่เพิ่มขึ้น รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิในไตรมาสนี้จึงมาจากเงินลงทุนเป็นหลัก
  2. รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7%QoQ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงราว 13%QoQ เนื่องจากมีการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมดิจิตอล อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้มีกำไรจากการขายเงินลงทุน กำไรจาก Fx และเบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นมากเป็นปัจจัยหนุน
  3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 4%QoQ ซึ่งเป็นปกติเนื่องจากในไตรมาสแรกมักอยู่ในระดับต่ำตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นทำให้ Cost-to-income ratio ทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
  4. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 2%QoQ ซึ่งเป็นผลจากสัดส่วน NPL ที่ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน
  • ครึ่งปีหลังรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอาจไม่ดี แต่สำรองหนี้ไม่กดดัน

ในช่วงที่เหลือของปี เราคาดว่าจะยังเห็นผลจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมดิจิตอล ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ในระดับต่ำ แต่แนวโน้มสินเชื่ออาจกลับมาเติบโตได้ดี ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้จะยังทรงตัวได้ เนื่องจากแนวโน้มคุณภาพหนี้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรในครึ่งปีแรกได้แรงหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ซึ่งเรามองว่าในครึ่งปีหลังอาจไม่ใช่ปัจจัยหนุน เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 ไว้ที่ 36,733 ล้านบาท โดยกำไรครึ่งปีที่ประกาศคิดเป็น 59% ของประมาณการ

  • ยังคงแนะนำเพียง “ถือ”

เราประเมินราคาเป้าหมายสำหรับปี 2561 อยู่ที่ 205 บาท อิง PBV 1.3 เท่า แนะนำเพียง “ถือ” แต่เรากำลังอยู่ระหว่างการปรับราคาเป้าหมายของกลุ่มฯ เป็นปี 2562 ซึ่งอาจทำให้มี Upside ที่น่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง

  • ความเสี่ยง: กฎระเบียบต่างๆ อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

คำแนะนำ ถือ
ราคาเป้าหมาย 205 บาท
Upside/Downside -2%
Median Consensus 230 บาท
ราคาปิด 210 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 245/186 บาท
มูลค่าตลาด 502,584 ล้านบาท