STOCK INFOCUS: IRPC ประกาศกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท คาดแนวโน้มไตรมาส 1 จะดีขึ้นอย่างโดดเด่นทั้งปริมาณการขายและส่วนต่างราคา

  • ประกาศผลการดำเนินงานกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท +39% qoq , +166% yoy ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 207 KBD เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 201 KBD
  • ตลาด Market GRM ไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล -6% QoQ
  • ปริมาณการผลิตโอลิฟินเพิ่มขึ้นจากโครงการ PPE
  • Product to Feed Margin ลดลง 5% จาก กลุ่มอะโรเมติกส์
  • คาดแนวโน้มไตรมาส 1 จะดีขึ้นอย่างโดดเด่น 1) คาดค่าการกลั่นทำจุดต่ำสุดไปแล้ว 2) กำลังการผลิตของ PP 3) ราคาปิโตรเคมีโอลีฟินปรับตัวดีขึ้น
  • แนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 8 บาท ประกาศจ่ายปันผล 0.29 บาทต่อหุ้น
  • กำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท

ประกาศผลการดำเนินงานกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท +39% qoq , +166% yoy โดยในส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 62,891 ล้านบาท +11% qoq, +22% yoy ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่มีผลต่อผลประกอบไตรมาสนี้

  • ปริมาณการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 207 KBD เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 201 KBD จากการปรับปรุงหน่วยผลิต
  • ค่าการกลั่นตลาด Market GRM ไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล -6% ตามค่าการกลั่นที่ปรับตัวลง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจาก Crude Premium ปรับเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณการผลิตโอลิฟินเพิ่มขึ้น จากโครงการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน ที่ COD ไปเมื่อเดือน ก.ย. 2560 ทำให้ อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 101% จาก 97% .ในไตรมาสก่อน
  • Product to Feed Margin ลดลง 5% จาก ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก
  • กำไรจากสต๊อกน้ำมัน 2,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ มีกำไรสต๊อกน้ำมัน 1,098 ล้านบาท
  • กำไรจากการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์ 562 ล้านบาท
  • คาดแนวโน้มไตรมาส 1 จะดีขึ้นอย่างโดดเด่น

เราคาดผลประกอบการไตรมาส 1 จะปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นด้วยปัจจัยดังนี้ 1) คาดค่าการกลั่นทำจุดต่ำสุดไปแล้ว แนวโน้มค่าการกลั่นกลับมายื่น 7 เหรียญฯต่อบาร์เรล อีกครั้ง 2) กำลังการผลิตของ PP ที่จะเพิ่มขึ้น หลังจากบริษัท COD โครงการ PPE และ PPC ไปเมื่อ ก.ย. และ พ.ย ในปีที่ผ่านมา 3) ราคา HDPE ปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 1,385 $/ton

  • ปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่ม จากโครงการ PPE และ PPC

เราปรับประมาณการปี 2561 เพิ่มขึ้นจากเดิม 9,071 ล้านบาท เป็น 11,647 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นของโครงการ PPE และ PPC ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณ Poly Propylene อีก 300 KTA

  • ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำมัน, Unplanned Outage, ความล่าช้าโครงการ
  • แนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 8 บาท

เราได้มีการปรับประมาณการของผลกำไรขึ้นจากโครงการ PPE และ PPC ที่เริ่ม COD ไปเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ 8 บาท อิง EV/EBITDA ที่ 9.6 เท่า

ประกาศจ่ายปันผล 0.29 บาทต่อหุ้น XD 26 ก.พ. คิดเป็น Dividend Yield ที่ประมาณ 3.9%

คำแนะนำ ซื้อ
ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท
Upside/Downside +7%
Median Consensus 8.15 บาท
ราคาปิด 7.50 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 7.70/4.88 บาท
มูลค่าตลาด 153,258 ล้านบาท