STOCK INFOCUS : HMPRO กำไรไตรมาส 3/2561 เติบโตตามคาด คาดไตรมาส 4 New High

  • คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 18.20 บาท Upside ราว 26.3%
  • ประกาศกำไรไตรมาส 3/2561 เติบโตตามคาด ทั้ง QoQ และ YoY แม้อยู่ในช่วง Low Season ปริมาณฝนตกเยอะ และ SSSG พลิกเป็นติดลบ -0.3%YoY
  • อัตรากำไรขั้นต้น 27.6% นับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ดีกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้ จากกลยุทธ์การปรับสัดส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์
  • แนวโน้มไตรมาส 4/2561 เติบโตต่อเนื่อง คาดทำจุดสูงสุดใหม่ จากฤดูกาลช่วง High Season และงาน Homepro Expo โดยมีแผนเปิดสาขา HMPRO S ช่วงปลายปีอีก 3-4 สาขา

ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2561 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY ตามคาด

กำไรไตรมาส 3/2561 เท่ากับ 1,366 ล้านบาท (+4.1%QoQ, +15.5%YoY) ใกล้เคียงคาด (ประเมินไว้ 1,370 ล้านบาท) แม้อยู่ในช่วง Low Season มีฝนตกปริมาณมาก

  • ยอดขายเติบโตจากปีก่อนแม้ SSSG ติดลบ ยอดขายประจำไตรมาส 3/2561 จำนวน 15,401 ล้านบาท (-0.3%QoQ, +2.0%YoY) แม้อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอยู่ที่ราว (SSSG) -0.3%YoY จาก -3.0%YoY ในไตรมาส 2/2561 และจากฐานสูงในปีก่อนที่ +2.8%YoY ในไตรมาส 3/2560 โดยการเติบโตมาจากผลของสาขาใหม่ที่เปิดแล้วก่อหน้านี้ และงานโฮมโปรแฟร์ เดือน ก.ค. ช่วยหนุนยอดขายไม่ให้ลดลงมากตามฤดูกาลที่มีฝนตกปริมาณมาก โดยเฉพาะในเดือน ก.ย. ทั้งนี้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่ระหว่างไตรมาส
  • อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสูงน่าประทับใจกว่าที่คาด เป็น 27.6% จาก 26.3% ในไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้นถึง 130bps ซึ่งดีกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้มากที่ +40-50 bps อันเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้าระหว่างกลุ่มสินค้าทั่วไปและกลุ่มสินค้า Private Brand และคาดสัดส่วนสินค้า Private Brand อยู่ที่ราว 19.5-20% ของรายได้รวมในสิ้นปีนี้

 

แนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 18.20 บาท

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 18.20 บาท อ้างอิงวิธี DCF (WACC 8.0% และ Terminal growth 3%) มี Upside ราว 26.3%

  • กำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 2561 เท่ากับ 3,927 ล้านบาท (+16.9%YoY) คิดเป็นสัดส่วนราว 67% ของประมาณการทั้งปีที่ 5,869 บาท (20.1%YoY) คาดไตรมาส 4 เป็น High Season หนุนผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง คาดทำจุดสูงสุดของปี และยังมีงาน Homepro Expo หนุน
  • แผนเน้นขยายสาขาขนาดเล็กภายในประเทศ คือรูปแบบ Homepro S ราว 3-4 สาขา
  • แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากกลยุทธ์เน้นการปรับสัดส่วนสินค้า และเพิ่มสัดส่วน Private Brand โดยมีเป้าหมายยอดขายสัดส่วน 20% ภายในสิ้นปีนี้
  • ราคาปัจจุบันมี Forward PE ราว 28 เท่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมย้อนหลัง 3 ปีที่ราว 30 เท่า

 

ความเสี่ยง: บรรยากาศการจับจ่ายภายในประเทศ

 

 

คำแนะนำ ซื้อ
ราคาเป้าหมาย 18.20 บาท
Upside/Downside +26.3%
Median Consensus 16.60 บาท
ราคาปิด 14.40 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 16.10/11.70 บาท
มูลค่าตลาด 189,377 ล้านบาท