STOCK INFOCUS : BCP S-Curve สร้างความแตกต่างด้วยกลยุทธ์ Renewables & Lithium เต็มตัว

  • เรามอง BCP เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกระแสกับ Megatrend ด้านพลังงานอย่างชัดเจน
  • ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2561 รายได้จากการขายและการให้บริการ 143,244 ล้านบาท (+14% YoY) กำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท (-3% YoY) โดยธุรกิจที่ดึงให้กำไรลดลงได้แก่กลุ่มธุรกิจตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้าน SPAR ซึ่งถือเป็นธุรกิจ Non-Oil
  • แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 51 บาท ด้วยวิธี SOTP
  • BCP เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสอดรับกับกระแส Megatrend ด้านพลังงาน

เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เรามองว่า BCP เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกระแสกับ Megatrend ด้านพลังงานอย่างชัดเจน มีดังนี้

  • Renewables ถือเป็นธีมพลังงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานทั่วโลก ดังรูปที่ 1-3 เรามองว่า BCP ที่มีนโยบายทำการผสมส่วนของ Bio Ingredient กับน้ำมัน และ Bio-Based Product มากที่สุดในบรรดาบริษัทพลังงานด้วยกัน ดังรูปที่ 4 ได้ทำธุรกิจนี้สอดคล้องกับ Trend ใหญ่ของพลังงานโลก โดยมีเป้าหมาย Capacity ในปี 2020 ที่ 2.2 ล้านลิตรต่อวัน ประกอบด้วย Ethanol 1.2 ล้านลิตรต่อวัน และ Biodiesel 1 ล้านลิตรต่อวัน ถือเป็น Bio-fuel ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และจะ IPO ในช่วงต้นถึงกลางปีหน้าสำหรับธุรกิจ Bio-Based ภายใต้ชื่อ bbgi
  • Ganfeng Lithium ผู้ผลิตลิเทียมสัญชาติจีนขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ดังรูปที่ 5 เสริมศักยภาพในเวทีโลก ด้วยการเซ็นสัญญากับ BMW เป็นเวลา 5 ปีในการจัดส่งลิเธียมเพื่อผลิตแบตเตอรีใน Electric Vehicle (EV) ดังรูปที่ 6 ให้กับ BMW รวมถึงยังเป็น Supplier ลิเธียม ให้กับ Telsa ในบางส่วน เราจึงมองว่าการลงทุนของ BCP ใน LithiumAmericas ร่วมกับ Ganfeng Lithium มีโอกาสสูงที่จะสร้างกำไรประมาณ 1 พันล้านบาทตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป
  • Dyson เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไฟฟ้าจากสหราชอาณาจักรที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ที่มีศักยภาพสูงในการเริ่มสร้างรถยนต์ EV เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป ได้เลือกสิงคโปร์เป็น HeadQuarter ดังรูปที่ 7 และ 8 ถือเป็นประโยชน์ต่อ BCP ในการทำธุรกิจเป็น Supplier ด้าน Lithium Battery ที่น่าจะมาบูมในย่านอาเซียน ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า
  • ผู้บริหาร BCPG มีนโยบายที่จะลงทุนครั้งใหม่สำหรับโครงการใหญ่ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากสัดส่วนของ Leverage ของบริษัทได้ลดลงมาถึงจุดที่จะลงทุนใหม่อีกครั้ง ดังรูปที่ 9
  • ผลการดำเนินงาน 9 เดือน กำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท -3% YoY

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 143,244 ล้านบาท (+14% YoY) มีกำไรสุทธิ 4,710 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 4,009 ล้านบาท (-3% YoY) โดยธุรกิจที่ดึงให้กำไรลดลงได้แก่กลุ่มธุรกิจตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้าน SPAR ซึ่งถือเป็นธุรกิจ Non-Oil

  • ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำมัน, ค่าเงินบาท และ Unplanned Shutdown

คำแนะนำ ซื้อ
ราคาเป้าหมาย 51.00 บาท
Upside/Downside +58.00%
Median Consensus 41.00 บาท
ราคาปิด 32.25 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 43.75/31.00 บาท
มูลค่าตลาด 44,405  ล้านบาท