STOCK INFOCUS : JMART กำไร 1Q60 ยังไม่เด่น ผลการดำเนินงานจากธุรกิจรองอ่อนตัว

JMART ประกาศกำไร 1Q60 ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 17%QoQ แต่เติบโต 29%YoY โดยภาพรวมธุรกิจหลักยังดี แต่ J Fintech มีสัดส่วน NPL สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูงขึ้นตาม นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมในพม่าและ SINGER เข้ามากดดัน เราจึงปรับสมมติฐานปี 60 โดยคาดการณ์กำไรปี 60 ใหม่อยู่ที่ 551 ล้านบาท หรือลดลง 19% จากประมาณการก่อนหน้า ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.2 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมายังมี Upside จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

  • กำไร 1Q60 ยังไม่เด่น ผลการดำเนินงานจากธุรกิจรองอ่อนตัว

JMART ประกาศกำไรสุทธิสำหรับ 1Q60 ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 17%QoQ แต่เติบโตถึง 29%YoY โดยมีประเด็นสำคัญคือ

  1. รายได้จากการขายลดลง 13%QoQ แต่ยังเติบโตได้ 13%YoY โดยการลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นผลกระทบจากการที่ไตรมาสก่อนได้แรงหนุนจากโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” ของรัฐบาล แต่ยังการเติบโตเมื่อเทียบ YoY ยังดี เนื่องจากมียอดขายที่ขายผ่าน SINGER เพิ่มขึ้น
  2. รายได้จากการรับจ้างติดตามหนี้และบริหารอื่น ซึ่งเป็นธุรกิจของ JMT เติบโตได้ดีถึง 8%QoQ และ 71%YoY
  3. รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 25%QoQ และ 30%YoY โดยหลักเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการ The Jas ศรีนครินทร์เข้ามาเต็มไตรมาส
  4. ธุรกิจของ J Fintech นั้น เห็นสินเชื่อรวมเติบโตได้ราว 11%QoQ แต่สัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.07% จาก 3.57% ในไตรมาสก่อน ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น
  5. บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก SINGER เข้ามาราว 5.8 ล้านบาท และผลขาดทุนจากบริษัทร่วมในพม่าเข้ามาราว 5 ล้านบาท โดยสำหรับ SINGER ยอดขายสินค้าหลักเกือบทุกรายการหดตัว ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจและการปรับเปลี่ยนการอนุมัติสินเชื่อ ส่วนบริษัทร่วมในพม่านั้นมีค่าใช้จ่าย One-time จากการตัดจำหน่ายสินค้าคงค้างและสาขาที่ปิดดำเนินการ
  • มองแนวโน้มรายได้ธุรกิจหลักจะดีขึ้น แต่ยังกังวลในธุรกิจรอง

เราคาดว่าแนวโน้มรายได้จากการขายในช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 2 คาดว่าจะมียอดขายกล้องจากการเปิดร้านค้าใหม่ และงาน J Camera เข้ามาช่วยหนุนชดเชยผลกระทบจากวันหยุดได้บ้าง ส่วนรายได้จากธุรกิจของ JMT คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตามเรายังกังวลปัญหาด้านคุณภาพหนี้ และผลการดำเนินงานของ SINGER เราจึงปรับสมมติฐานสำรองหนี้สูญของ J Fintech ขึ้น และปรับลดส่วนแบ่งกำไรจาก SINGER ลง ทำให้คาดกำไรปี 60 เหลือ 551 ล้านบาท หรือลดลงราว 19% จากประมาณการก่อนหน้า อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรใหม่ยังเห็นการเติบโตราว 26%YoY

  • ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 15.20 บาท

จากการปรับประมาณการทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ภายใต้วิธี Sum-of-the-part ที่ 15.20 บาท เพื่อให้การประเมินมูลค่ามีความ Conservative มากขึ้น เราจึงยังไม่นับรวมมูลค่าของ SINGER เข้ามาจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของการฟื้นตัวทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมานั้น ยังมี Upside จากราคาเป้าหมายใหม่ของเรา จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

 

คำแนะนำ ซื้อ
ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท
Upside/Downside +28%
Median Consensus – บาท
ราคาปิด 11.90 บาท
ราคาปิดสูง/ต่ำใน 1 ปี 17.40/7.20 บาท
มูลค่าตลาด 8,737 ล้านบาท