มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (5-9 มีนาคม 2560)

  • มุมมองในสัปดาห์ที่แล้วให้ไว้คือ ตลาดหุ้นไทยจะไม่ทะลุ 1850 และตลาดหุ้นไทยจะเป็น Sideway กรอบกว้าง
  • นักลงทุนต่างประเทศเป็นฝ่าย Net Short สุทธิในตลาดอนุพันธ์ จำนวน 43,856 สัญญา บ่งบอกถึงตลาดหุ้นจะพักตัวในระยะสั้น ในขณะที่ฝั่ง Flow ในการซื้อพันธบัตรเบาบาง โดยเป็นการถือพันธบัตรระยะยาว 3,300 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรระยะสั้น 794 ล้านบาท เมื่อมองทั้งปีนักลงุทนต่างประเทศซื้อพันธบัตรไทยทั้งระยะยาวและระยะสั้นจำนวนแค่ 124,000 ล้านบาท การที่ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างประเทศเริ่มลดลง บ่งบอกถึงการที่ตลาดกำลังมองหาปัจจัยใหม่ๆ ในการกำหนดทิศทาง Bond Yield อย่างน้อยในระยะสั้น ซึ่งมีโอกาสที่จะมีการตัดสินในสัปดาห์นี้
  • การเมืองในยุโรปโดยเฉพาะอิตาลีและการมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการค้าโลกระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนและยุโรปจะเพิ่มความเสี่ยงเรื่อง Geopolitical Risk
  • ตลาดหุ้นไทยหลังจากประกาศเทศกาล Earnings ของปี 2017 แล้ว นักวิเคราะห์ยังคงเป้ากำไรต่อหุ้นหรือ EPS ของ SET อยู่ที่ 111 เศษๆ บาท/หุ้น ในปี 2018 บ่งบอกตลาดหุ้นยังไม่ใช่อยู่ใน Earning Driven Phase ตลาดหุ้นไทยซื้อขาย PE(X) ของปี 2018 ที่ 16.3X ซึ่งถือว่าไม่ใช่ที่ราคาถูก
  • ปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้คือ
  • วันที่ 6 มี.ค. ศาลฎีกาตัดสินคดีหงสา ของ BANPU
  • วันที่ 8 มี.ค. สนช. มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งถ้า สนช. ผ่านร่างจะปลดล็อคทางการเมือง
  • วันที่ 9 มี.ค. สหรัฐจะมีตัวเลขเรื่องค่าจ้างรายชั่วโมง หรือ Average Hourly Earning ของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถ้าตัวเลขต่ำกว่า 2.9% ซึ่งเป็นตัวเลขเดือนมกราคม จะทำให้ Bond Yield มีโอกาสปรับตัวลดลง และตลาดหุ้นสหรัฐอาจจะปรับตัวขึ้น
  • กลุยทธ์ ซื้อหุ้นปันผลดี กลุ่ม Turnaround ที่จะมี Growth กลุ่ม Turnaround ที่ Bad Earning Priced in แล้ว