มุมมอง ดร. วิศิษฐ์ (5-9 กุมภาพันธ์ 2561)

  • มุมมองยังคงเน้น Forward Looking  คือ การเอาปัจจัยมหภาคทุกปัจจัยในอนาคตมาตกผลึกเพื่อกำหนดเป็นการจัด Portfolio ที่ Optimum
  • เราได้เห็นการ Outperform ของหุ้น Healthcare ถือเป็น Late Cycle Rally ของหุ้นที่ Laggard ที่สุดในรอบ 2 ปี (อ่านมุมมอง ดร.วิศิษฐ์ ในสัปดาห์ก่อน)
  • เราได้เห็น Bond Yield 10 ปีของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงระดับ 2.8% ทำให้หุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในลักษณะ Magnitude ที่สูง แต่สิ่งที่ยังคงเป็นบวกต่อตลาดทุนในระยะยาว คือ Real Bond Yield 10 ปี (หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง) ยังคงอยู่ในระดับ 0.6-0.8% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นส่วนของ Inflation Expectation
  • มุมมองจึงมองว่าต้นทุนทางการเงินที่แท้จริงหรือดอกเบี้ยที่แท้จริงยังปรับตัวขึ้นไม่มาก การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นอาจจะใช้เวลา 1-2 เดือน และยังถือว่าเป็น Correction ใน Bull Market ซึ่งตลาดหุ้นโลกอาจมีการปรับฐานถึงระดับ 8-10%
  • สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดได้ Pricing การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2018 ไปเกือบ 3 ครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนมีนาคมได้สะท้อนเข้าไปในราคาเรียบร้อยแล้ว
  • สำหรับตลาดหุ้นไทย Fund Flow จะเบาบางในเดือนกุมภาพันธ์แต่ Risk Appetite สำหรับ Local Investors จะมีสูง เนื่องจาก Bond Yield ของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาไม่มากมาสู่ระดับ 2.4%-2.5% ซึ่งต่ำกว่า Bond Yield ของสหรัฐฯ ประมาณ 0.4% ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับฐานน้อยกว่าตลาดหุ้นโลก แนะนำซื้อหุ้นที่คาดการณ์ที่จะจ่ายปันผลดี เพื่อหวัง Capital Gain และปันผลในระยะเวลาถัดไป แต่กลุ่ม Utility อาจไม่ Perform ในภาวะ Bond Yield ขาขึ้น
  • จุดตัดสินที่สำคัญที่สุดว่าตลาดหุ้นที่ปรับฐานรอบนี้ว่าเป็น Correction ใน Bull Market หรือเป็น Bear Market คือระดับของ Real Bond Yield และ Correction ใน Bull Market มักจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในเดือนที่ 3-4 ของการปรับฐาน