มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (11-15 มิถุนายน 2561)

  • ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากการขายของ Passive Fund ของนักลงทุนต่างชาติ สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจภายในที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศขายตลาดหุ้นไทย 6.9 พันล้านบาท แต่ Long ในตลาดอนุพันธ์ 7.6 พันสัญญา และซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น 3.5 หมื่นล้านบาทและตราสารหนี้ระยะยาว 1.8 หมื่นล้านบาท บ่งบอกว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในภาวะ Bottom Fishing ที่ระดับ 1700-1720 และคาดการณ์ตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก
  • มองว่าหุ้นที่มีลักษณะอัลฟ่าและ Spin-off บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะ Outperform
  • มองว่าหุ้น Small Cap ที่ Turnaround จะ Outperform
  • มองว่าหุ้น Big Cap ที่ Passive Fund ไม่มีการถือครองจะ Outperform
  • มองว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ของ Inflection Point ของตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากมี Events ที่สำคัญคือ
  • วันอังคารที่ 12 มิถุนายน : TRUMP meets KIM
  • ปธน.ทรัมป์ และ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน พบกันครั้งแรก โดยทรัมป์หวังว่าจะได้บรรลุข้อตกลงที่จะหยุดสงครามเกาหลี
  • วันพุธที่ 13 มิถุนายน : การประชุมของ FOMC ของ Fed
  • คาดการณ์กันว่า FED อาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ และติดตามคาดการณ์แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยรวมทั้งหมด 4 ครั้ง สำหรับทั้งปี(ตอนแรกตลาดคาดการณ์กันว่า 3 ครั้ง) แต่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของ Dot Plot ตลาดหุ้นจะตอบสนองในทางบวกทันที
  • วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน : ECB meeting
  • คาดการณ์กันว่า ECB ใกล้จะจบโครงการการซื้อพันธบัตรในการประชุมนโยบายครั้งนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่า ECB อาจจะลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ในเดือนกันยายนนี้
  • วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน : BOJ meetingn
  • คาดกันว่า BOJ ยังจะซื้อพันธบัตรต่อไป หากว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจยังคงห่างจากเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และหากเศรษฐกิจยังคงโตต่ำในไตรมาสแรก
  • วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน : OPEC meeting
  • คาดกันว่าทาง OPEC อาจนำไปสู่การหาทางออกเรื่องการเพิ่มผลผลิตน้ำมันดิบ แต่ราคาน้ำมันอาจไม่ปรับตัวลดลง เนื่องจาก Oil Balance ยัง Deficit อยู่ และ Capacity ส่วนเกินยังคงเหลือน้อย (Spare Capacity)