มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (10-14 กันยายน 2561)

  • ตลาดหุ้นใน EM กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติค่าเงิน และเงินทุนต่างประเทศไหลออก เช่น ตุรกี อาเจนติน่า อินโดนีเซีย
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศจีนจะเพิ่มแรงกดดันเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้หุ้นกลุ่ม Cyclical จะไม่ Perform
  • เมื่อเราเปรียบเทียบตัวเลขบัญชีเดินสะพัด Import Cover (จำนวนเดือนของตัวเลขนำเข้าหารด้วยทุนสำรอง) ตัวเลขของทุนสำรองหารด้วยหนี้ต่างประเทศระยะสั้น และตัวเลขฐานเงินอย่างกว้าง (M2) หารด้วยทุนสำรอง บ่งบอกว่าไม่มีวิกฤติค่าเงินบาท ไม่เหมือนตัวเลขของ EM ประเทศอื่น นักลงทุนต่างประเทศจึงมองเงินบาทไทยเป็น Safe Haven
  • ใน 1 สัปดาห์ นักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรระยะสั้น 5.1 พันล้านบาท ซื้อพันธบัตรระยะยาว 18,854 ล้านบาท รวมทั้งปี 2018 นี้ นักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรทั้งระยะสั้นและระยะยาวจำนวน 333,000 ล้านบาท
  • มองตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นเป็น Sideway เป็น Stock Selection Market แต่จะ Outperform มากกว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ หุ้น Property ที่ Undervalue จะ Outperform
  • จุดที่จะทำให้ Fund Flow ไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาด EM คือ การส่งสัญญาณการหยุดการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และการที่ค่าเงินของ US$ อ่อนจากผลของ Mid-term Election ของ US ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในกลาง-ปลายไตรมาส 4 เป็นอย่างเร็ว